“เ มื่ อ เ ร า โ ต ขึ้ น”
“พ่อขา ทำไม พ่อไม่ค่อยมีเพื่อนเลย พอเราโตขึ้น คนที่รักเราจะน้อยลงเหรอคะ” ลูกถาม
“ไม่หรอกครับ เมื่อเราโตขึ้นเราจะเหลือคนที่รักเราจริงๆ ต่างหาก เราจะมากที่คุณภาพ ไม่ได้มากที่จำนวน เวลาจะคัดสรรคนที่เหมาะสมและมีคุณภาพไว้กับเรา ถ้าเป็นมิตรที่เหลือ ก็จะเป็นมิตรที่มีคุณภาพและรักเรา ถ้าเป็นศัตรูที่เหลือ ก็จะเป็นศัตรูที่จะเป็นแรงผลักดัน ให้เราต่อสู้เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป” พ่อตอบพลางเดินนำต่อไป
“แล้วถ้าวันหนึ่ง หนูโตพอที่จะเลือกทางเดินเองได้พ่อจะไม่ทิ้งหนูไปไหนใช่ไหม️ ” ลูกถามต่อ
“เมื่อวันหนึ่งลูกเลือกทางเดินได้เอง พ่อก็ยังจะคอยอยู่ข้างๆ ลูกเหมือนเดิม
แต่เมื่อลูกโตขึ้น ลูกก็ต้องหาใครสักคนมาเดินข้างกาย พ่อก็จะถอยมาวิ่งข้างหลัง แต่ยังคงเฝ้ามองลูก จนวันหนึ่งที่พ่อวิ่งไม่ไหว พ่อก็จะหยุด แล้วมองลูกต่อไป หรือจนวันหนึ่งที่พ่อต้องจากไป พ่อก็ยังจะวิ่งอยู่ในใจของลูกตลอดกาลนะ ชีวิต คือ การก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ลูกจงจำไว้ว่า การก้าวไปจะมีคุณค่า เราจะต้องไม่ลืมคนข้างหน้า ข้างๆ หรือแม้แต่ข้างหลัง เพราะนั่นคือ พลังทั้งหมดที่คอยผลักดันลูกให้ก้าวไปพร้อมกับพลังของตัวลูกเองนะ
น้ำทะเลอาจทำให้รอยเท้าของเราจางหายไป แต่น้ำทะเลไม่อาจทำให้เราลืม
ว่าเรามาจากไหนและมากับใครหรอกนะ” พ่อตอบและยิ้มให้
ลูกไม่ตอบอะไร ได้แต่เดินช้าลง
พ่อสงสัยจึงถามว่า “ทำไมเดินช้าจัง”
ลูกส่งยิ้มหวาน ก่อนตอบกลับมาว่า
” ก็ ห นู อ ย า ก มี เ ว ล า เ ดิ น กั บ พ่ อ น า น ๆ ไ ง “
ปรัชญาชีวิต