เรื่องใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กเมื่ออิ่มท้อง

หากถึงวันหนึ่งเมื่อลูกมีครอบครัวแล้ว

จำไว้อย่างนึงว่าสามีไปทำงานหาเลี้ยงคนในบ้านหนูต้องดูแลอาหารการกิน

ไม่มีกับข้าวไม่เป็นไรหุงข้าวไว้ มีข้าวกินกับอะไรก้ได้

คนเราเหนื่อยงานมาหิวข้าว

เรื่องใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กเมื่ออิ่มท้อง//

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ลูกผ่านโลกมามากพอ

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ลูกผ่านโลกมามากพอ …
.
ลูกจะเข้าใจว่า… ตอนที่ลูกทำดี
น้อยคนที่จะสนใจ แต่ตอนที่ลูกทำ
พลาดแม้ยืนหายใจอยู่เฉยๆก็ผิด
.
ลูกจะเข้าใจว่า… ฟ้ามีเวลามืด
คนมีโอกาสเปลี่ยน 30 อาจเป็น
น้ำใจ 70 อาจเป็นเสแสร้ง ทางยัง
อีกไกล อย่าเพิ่งตัดสินใจ เพราะ
ไม่แน่เสมอไปว่าใครจะเป็นผู้กำ
เส้นชัยไว้ในมือ
.
ลูกจะเข้าใจว่า… ตอนรุ่งเรือง
ใครๆก็อยากเป็นเพื่อน ตอนตก
ต่ำลูกต้องเริ่มหาเพื่อนใหม่
.
ลูกจะเข้าใจว่า… เพื่อนบางคน
เมื่อก่อนคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ตอน
นี้ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร
.
ลูกจะเข้าใจว่า… เพื่อนดีๆ
บางคน หายไปจากชีวิตลูก
โดยที่ลูกก็ไม่มีทางเข้าใจ
ว่าเป็นเพราะอะไร
.
ลูกจะเข้าใจว่า…คนบางคนพอ
ได้รู้จัก ก็ไม่อยากรู้จักมากไป
กว่านี้อีกแล้ว
.
ลูกจะเข้าใจว่า… เวลาเจอเรื่องแย่ๆ
ให้บอกกับตัวเองว่า ” ช่างเถอะ
ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
.
ลูกจะเข้าใจว่า… เวลาชีวิตเจอ
กับความทุกข์ ให้หาช็อกโกแลต
มากินสักชิ้น แล้วบอกกับตัวเองว่า
“ในความขมมีความหวานมันซ่อนอยู่”
.
ลูกจะเข้าใจว่า… บางครั้ง
ที่ฟังเพลงไม่ใช่ว่าเพลงมัน
เพราะ แต่เพราะมันเหมือน
ช่วงเวลาในชีวิตที่กำลังเจออยู่
.
ลูกจะเข้าใจว่า… คนที่เคยสนิท
กันมากเพียงใด แค่เข้าใจผิด มันก็
กลายเป็นคนแปลกหน้าไปทันที
.
ลูกจะเข้าใจว่า… หากลูกไม่เคย
ประสบเรื่องราวนั้นมาด้วยตนเอง
ก็ไม่ควรตัดสินคนอื่นด้วยอคติ
เพราะหากเป็นลูก มันอาจจะแย่กว่า
ที่เขาเป็นอยู่ก็ได้
.
ลูกจะเข้าใจว่า .. สังคมทุกวันนี้
คนสนใจเรื่องของลูกมีมาก
แต่คนที่ใส่ใจ ลูกมีน้อย
.
ลูกจะเข้าใจว่า .. คนที่คอยซ้ำเติม
ลูกมีมาก แต่คนที่คอยดึงลูกขึ้นมา
.. มีน้อย
.
ลูกจะเข้าใจว่า .. คนที่หัวเราะ
เป็นเพื่อนลูกมีมาก แต่คนที่ปลอบ
ใจลูกมีน้อย
.
ลูกจะเข้าใจว่า… เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง
ลูกจะรู้จักถนอมคนส่วนน้อยใน
ชีวิตเหล่านี้ไว้ให้ดี
.
วันหนึ่งลูกจะรู้ว่า… คุณค่าของชีวิต
ไม่ได้วัดกันที่ …
“รถคันใหญ่” หรือ “กระเป๋าแบรนด์เนม”
แต่ .. มันวัดกันที่ “ความรับผิดชอบ”
และ “สามัญสำนึก”
.
ความสำเร็จวัดกันที่..
“ศักยภาพในการดูแลครอบครัว”
ไม่ใช่ ” จำนวนเงินที่หามาได้ “

พ่อรักหนูนะ อัญวลัญช์

โรคที่เป็นอยู่

ชีวิตพ่อเคยล้มเพราะมีหนี้เยอะ

ทำไมต้องเป็นหนี้ เพราะตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าเราต้องรวยให้ได้ มีช่องไหนกู้ได้ก็กู้มาลงทุนทำธุรกิจ ทั้งบริษัททัวร์  ทำเรือ และร้านอาหาร แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เราสายป่านไม่ยาวพอ มีทุนสำรองไม่พอ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทั้งสึนามิ ต้มยำกุ้ง และโควิด ต้องยอมให้เขามายึดรถ ยึดบ้านเพราะผ่อนไม่ทัน เคยเป็นโรคนอนไม่หลับเพราะคิดและกังวลไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้…สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้และมันทำให้กลายเป็นโรคโรคหนึ่งคือ“โรคกลัวหนี้”พอจะกู้จะยืมอะไรสักอย่างจะคิดแล้วคิดอีกเพราะรู้ว่าการเป็นหนี้มันไม่มีความสุขเอาซะเลย

จำไว้นะลูก

จำไว้นะลูก
วัยเรียนคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด
มีหน้าที่เรียน..ก็เรียน
วันหนึ่งถ้าลูกได้ทำงาน
ลูกจะนึกถึงคำที่พ่อแม่บอกโลกแห่งความจริงมันโหดร้ายและสิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือ..ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่ให้ได้

ความในใจของคนที่นอนกรนอยู่ข้างๆ

คนนอนกรน คือคนมีทุกข์นะ
การนอนกรน คือการนอนหลับที่ทรมาณที่สุด ทั้งคนนอนกรนเองและคนนอนข้างๆ ที่ต้องรำคาญกับเสียงกรนทำเอาไม่สามารหลับลงกันเลยทีเดียว
แต่อยากบอกให้รู้ว่า คนที่กำลังนอนกรนอยู่นั้น เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเราที่ทำให้นอนไม่หลับ

แต่คนที่กำลังนอนกรน คือคนที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับความง่วงโดยไม่รู้ตัว สาเหตุมีหลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมีโรคหรือความผิดปกติของร่ายกาย(ลองหาข้อมูลสาเหตุของการนอนกรนดูนะ)

คนนอนกรน มักจะนอนหลับไม่สนิท แม้จะนอนหลายชั่วโมง แต่เหมือนนอนไม่พอ ตื่นเช้ามามักมีอาการเจ็บคอ คอแห้ง ไม่สดชื่น รู้สึกเหนื่อยเหมือนไปวิ่งออกกำลังกายมา เพราะร่างกายต้องต่อสู้กับตัวเองในการพยายามหายใจในขณะหลับ
และอาจเกิดอาการหยุดหายใจขณะหลับชั่วคราว ซึ่งอันตรายมาก

หากเราคือคนที่นอนอยู่ข้างๆคนนอนกรน รู้ว่ารำคาญมากๆ แต่กลับกัน อยากให้เข้าใจเขาด้วยหากคนนั้นเป็นคนที่เรารัก แล้วเรานอนอยู่ข้างๆคนนอนกรน ให้ลองพยายามพลิกตัวเขาให้นอนตะแคง หรือจัดตำแหน่งศรีษะของเขาให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม หรืออาจเลือกหมอนที่มีขนาดพอดีกับสรีระของเขา อย่างน้อยก็ทำเราให้คนนอนอยู่ข้างๆได้หลับลงได้บ้าง
อย่ารังเกียวคนนอนกรนเลยนะ คนนอนกรนเขาทุกข์พอๆกับเราที่นอนไม่หลับนั่นแหละ
ดังนั้นถ้าหากมีคนนอนกรนในบ้าน ลองช่วยหาสาเหตุหรือแนวทางการรักษาให้เขาดีกว่า เขาก็อยากอยู่กับเรานานๆนะ

จากใจคนที่นอนกรน (ที่เขารักคนที่นอนข้างๆมากที่สุดในโลก)

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ลูกผ่านโลกมามากพอ ลูกจะเข้าใจว่า…

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ลูกผ่านโลกมามากพอ ลูกจะเข้าใจว่า…

  • ลูกจะเข้าใจว่า… ตอนที่ลูกทำดีน้อยคนที่จะสนใจ แต่ตอนที่ลูกทำพลาดแม้ยืนหายใจอยู่เฉยๆก็ผิด
  • ลูกจะเข้าใจว่า… ฟ้ามีเวลามืด คนมีโอกาสเปลี่ยน 30 อาจเป็นน้ำใจ 70 อาจเป็นเสแสร้ง ทางยังอีกไกล อย่าเพิ่งตัดสินใจ เพราะไม่แน่เสมอไปว่าใครจะเป็นผู้กำเส้นชัยไว้ในมือ
  • ลูกจะเข้าใจว่า… ตอนรุ่งเรืองใครๆก็อยากเป็นเพื่อน ตอนตกต่ำลูกต้องเริ่มหาเพื่อนใหม่
  • ลูกจะเข้าใจว่า… เพื่อนบางคน เมื่อก่อนคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร
  • ลูกจะเข้าใจว่า… เพื่อนดีๆบางคน หายไปจากชีวิตลูกโดยที่ลูกก็ไม่มีทางเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร
  • ลูกจะเข้าใจว่า…คนบางคนพอได้รู้จัก ก็ไม่อยากรู้จักมากไปกว่านี้อีกแล้ว
  • ลูกจะเข้าใจว่า… เวลาเจอเรื่องแย่ๆ ให้บอกกับตัวเองว่า ” ช่างเถอะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
  • ลูกจะเข้าใจว่า… เวลาชีวิตเจอกับความทุกข์ ให้หาช็อกโกแลตมากินสักชิ้น แล้วบอกกับตัวเองว่า “ในความขมมีความหวานมันซ่อนอยู่”
  • ลูกจะเข้าใจว่า… บางครั้ง ที่ฟังเพลงไม่ใช่ว่าเพลงมันเพราะ แต่เพราะมันเหมือนช่วงเวลาในชีวิตที่กำลังเจออยู่
  • ลูกจะเข้าใจว่า… คนที่เคยสนิทกันมากเพียงใด แค่เข้าใจผิด มันก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปทันที
  • ลูกจะเข้าใจว่า… หากลูกไม่เคยประสบเรื่องราวนั้นมาด้วยตนเอง ก็ไม่ควรตัดสินคนอื่นด้วยอคติ เพราะหากเป็นลูก มันอาจจะแย่กว่าที่เขาเป็นอยู่ก็ได้
  • ลูกจะเข้าใจว่า… สังคมทุกวันนี้ คนสนใจเรื่องของลูกมีมาก แต่คนที่ใส่ใจลูกมีน้อย
  • ลูกจะเข้าใจว่า… คนที่คอยซ้ำเติมลูกมีมาก แต่คนที่คอยดึงลูกขึ้นมา.. มีน้อย
  • ลูกจะเข้าใจว่า… คนที่หัวเราะเป็นเพื่อนลูกมีมาก แต่คนที่ปลอบใจลูกมีน้อย
  • ลูกจะเข้าใจว่า… เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ลูกจะรู้จักถนอมคนส่วนน้อยในชีวิตเหล่านี้ไว้ให้ดี

วันหนึ่งลูกจะรู้ว่า… คุณค่าของชีวิต… ไม่ได้วัดกันที่

“รถคันใหญ่” หรือ “กระเป๋าแบรนด์เนม”

แต่… มันวัดกันที่ “ความรับผิดชอบ” และ “สามัญสำนึก”

ความสำเร็จวัดกันที่ “ศักยภาพในการดูแลครอบครัว” ไม่ใช่ “จำนวนเงินที่หามาได้”

คนเก่ง

-ตอนเด็กๆ…ผมเข้าใจมาตลอดว่า…คนที่เรียนดีได้คะแนนสูง ได้อันดับดีๆสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆจบด๊อดเตอร์…หลายๆใบ”คือคนเก่ง”
-โตขึ้นมา…ผมเข้าใจว่าคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ขั้นเทพ รายได้สูงๆเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปหรือสังคม”คือคนเก่ง”
-มาวันนี้…ผมพึ่งเข้าใจว่า ผมคิดผิดมาตลอดคนเก่งที่แท้จริงคือคนที่ทำงานหรืออาชีพอะไรก็ได้….ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ..และถึงเวลากินก็ได้กิน…ถึงเวลานอนก็ได้นอน…มีเวลาว่างก็ไปเที่ยวมีเวลาออกกำลังกาย..มีเวลาให้ครอบครัว..มีเวลาให้กับคนที่เขารัก…มีเวลาให้กับเพื่อนๆกับส่วนรวมและที่สำคัญคือมีเวลาให้กับตัวเอง…คนที่สมดุลทุกๆเรื่อง..ในแบบฉบับของตัวเอง…และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนั้นแหละ”คือคนเก่งที่แท้จริง”

เป็นข้อความที่ป๋าส่งมาให้อ่านและพออ่านจบก็คิดตามว่ามันคือเรื่องจริงและมันคือความหมายของคำว่า”คนเก่ง”และพ่อ/แม่ผมและพ่อแม่ของทุกคนคือคนเก่งคนนั้น🙏💙🥰🌸

Good old Days

เรียนรู้ ไม่ใช่มีแค่ในตำรา

“ถ้าเธอเรียนเก่งในโรงเรียน
และเชื่อฟังที่ครูสอน
เธอจะเป็นลูกจ้างที่ดี


แต่ถ้าเธอเรียนรู้นอกโรงเรียน
และเชื่อมั่นในตัวเอง
เธอจะกลายเป็นนายจ้าง”