รู้ไหม? ทำไมน้ำตกถึงสวย.”

รู้ไหม? ทำไมน้ำตกถึงสวย.”

พ่อ : รู้มั้ยลูกทำไมน้ำตกถึงสวย
ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ…
พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก ที่น้ำตกสวยน่ะ เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก.
ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ..
พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว. น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที เพราะวิธีนี้ที่น้ำตกไม่เห็นแก่ตัว แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ น้ำตกถึงสวย และน้ำตกจึงยังคงเป็นน้ำตกที่มีเสน่ห์ไงละ

อย่าลืมน่ะลูก..ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตกหากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูกอย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้คนเดียวลูกต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งปันออกไปให้มากที่สุด มีก็แต่คนที่ “ให้” ออกไปเท่านั้นแหละลูกจึงจะเป็นคนที่ “ได้รับ” อย่างแท้จริง

รู้ค่าสิ่งที่มีอยู่

คนนึง…นอนร้องไห้
เพราะไม่มีเงินเรียนต่อ
อีกคน…นอนร้องไห้
เพราะแม่ไม่ยอมถอยป้ายแดงให้
คนนึง…ทุรนทุราย
เพราะแบตโทรศัพท์จะหมด
อีกคน…ไม่มีแม้แต่เงิน
จะเปลี่ยนฟิล์มกระจกที่แตก
คนนึง…บ่นลงเฟส
ฝนตกอะไรตอนนี้ว่าจะไปช็อปปิ้ง หมดอารมณ์
อีกคน…ขายของตลาดนัด
วิ่งเก็บของทั้งน้ำตา ลงทุนซื้อของมา
ยังขายไม่ได้ทุนเลย
คนนึง…โพสต์ด่าร้านอาหาร
ที่รสชาติไม่ถูกปาก ถูกใจ
อีกคน…ไม่มีแม้กระทั่ง
เงินจะซื้อมาม่าห่อละหกบาทกิน
คนนึง…หงุดหงิดที่เน็ตช้า
ดูซีรี่ย์สดุด ไม่พอใจ
อีกคน…จ่ายค่าเน็ตรายวัน
ไม่มีตังค์มากพอจะจ่ายรายเดือน
คนนึง…ทะเลาะกับแฟนที่มารับสาย
อีกคน…ทั้งชีวิต ไม่มีใครมารับเลยสักครั้ง
คนนึง…ไม่เคยรักใคร “นอกจากตัวเอง”
อีกคน…ไม่มีใครให้รักเลย
คนนึง…ตะคอกพ่อแม่ทุกวันที่มาเจ้ากี้เจ้าการมากมาย
อีกคน…อยากเห็นหน้าแม่สักครั้ง
ก็ทำได้แค่ดูรูปถ่ายที่ยายทิ้งไว้ให้
คนนึง…ไม่เคยกลับมากินข้าวบ้านที่แม่เตรียมไว้
อีกคน…ตั้งแต่เกิดมา
ก็เห็นแม่แค่ในรูปที่มีกระถางธูปปักอยู่
หลายคนไม่พอใจ
สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และไม่รู้ว่า “มีค่า”
ในขณะที่หลายคนกำลัง “อยากมีชีวิตแบบเรา”
นี่แหละ.. “คน”……………………
…ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ✌
Cr.เจ้าของภาพและท่านในภาพ

เลือกคู่ชีวิต

คนบางคน..เหมาะสมกับลูก
แต่เขาไม่รักลูก
คนบางคน..รักลูก
แต่เขาไม่เหมาะสม

หากอยากจะรู้ว่า..เขารักลูกหรือเปล่า ?
อย่าใช้หูฟัง
แต่ให้ใช้ตามอง
ดูว่าเขา..ทุ่มเทต่อลูกสักเพียงใด

หากอยากรู้ว่า..เหมาะสมกันหรือเปล่า ?
อย่าตัดสิน..ว่าเขามีอะไร
แต่จงตัดสินจากรอยยิ้มของลูก
และนํ้าตา
ที่ต้องหลั่งไปเพราะเขา

คนที่ทำให้ลูกร้องไห้อยู่เสมอ
ต่อให้เพียบพร้อมสักแค่ไหน
ก็อย่าเลือกฝากชีวิตไว้

คนที่ทำให้ลูกยิ้มได้
ต่อให้ฐานะยากจนเพียงใด
ก็คุ้มค่าที่จะฝากชีวิตไว้

จงเลือกเหนื่อย เพราะหัวเราะ
อย่าเลือกสบาย แต่ต้องร้องไห้ทุกวัน

เลือกคนที่กล้าเก็บรูปเธอ
ไว้ในกระเป๋าสตางค์

เลือกคนที่กล้าลงรูปเธอ
ไว้หน้าไทม์ไลน์ของเขา

เลือกคนที่กล้าให้เธอรู้
ความเคลื่อนไหวของเขา

เลือกคนที่เขากล้าทุ่มเทความรักให้กับเธอ

หากการคบหาใคร
เขาคนนั้นไม่ได้ทำให้เธอ
ดูดีขึ้นในสายตาใครๆ
ขอแสดงความเสียใจด้วย
เธอเลือกผิดคนเสียแล้ว

เพราะถ้าหากเขารักเธอจริง
เขาจะไม่ทำให้ผู้หญิงของเขาดูแย่
ในสายตาของใครๆ เลย….

ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ ควรสอนให้ลูกหาเงินเป็นก่อนเข้ามหาวิทยาลัย’

‘ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ ควรสอนให้ลูกหาเงินเป็นก่อนเข้ามหาวิทยาลัย’

ทุกวันนี้พูดกันเยอะว่า การศึกษา ตามโลกไม่ทัน ..หลายๆ อย่าง กว่าจะเรียนจบ ก็อาจจะใช้ไม่ได้แล้ว ‘ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง’ มันทำให้ ทุกวันนี้เราต้องปรับตัว

1. ‘เราต่างเรียนรู้ เพื่อสุดท้ายจะได้หาเงินเป็น’ …พาลูกไปรู้จักการหาเงินแบบง่ายๆ ก่อน …อย่ารอจนจบปริญญาแล้วค่อยคิดหาเงิน มันจะตามเขาไม่ทัน

2. ‘คนที่เข้าใจค่าของเงิน ก็เมื่อวันที่เราเริ่มหาเงินเอง’ …ทุกวันนี้ที่เด็กไม่เข้าใจค่าของเงิน เพราะ เขาได้เงินมาง่ายเกินไป

3. ‘การเรียนมหาวิทยาลัย ช่วยให้คนที่หาเงินเป็นแล้ว ให้หาเงินเก่ง แต่แทบไม่ช่วยคนที่หาเงินไม่เป็น’ …สมัยก่อนเราคิดว่า มหาวิทยาลัยจะช่วยให้คนที่หาเงินไม่เป็นให้หาเงินเป็น …แต่คนที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ คนที่รู้วิธีหาเงินเป็นมาก่อน เขาจะเข้าใจและเติบโตแบบก้าวกระโดด

4. ‘การหาเงินเป็นทักษะ’ ..ยิ่งฝึก ยิ่งเข้าใจ …เศรษฐีส่วนใหญ่ ฝึกหาเงินตั้งแต่ยังเด็กทั้งนั้น

5. ‘อย่าอายที่จะหาเงิน ในเมื่อเราไม่เคยอายที่จะจ่ายเงิน’ …จ่ายเงินทำหน้าใหญ่ พอหาเงิน กลับหน้าบาง ..มันควรรู้สึกตรงข้ามนะ

6. ‘เงินไม่ได้ลอยมาจากฟ้า มันมาจากการแก้ปัญหาให้ผู้คน’ …คนหาเงินเก่ง ไม่ใช่คนไม่ดี เขาแค่มีประโยชน์และแก้ปัญหาให้ผู้คนได้มากกว่า

7. ‘ถ้าจะเพิ่มเงิน ให้เพิ่มความรู้ เพิ่มทักษะ’ …ถ้าเงินน้อยอย่านั่งบ่น ให้ไปหาความรู้เพิ่ม

8. ‘เด็กรุ่นใหม่ มักมีปัญหา เรื่องการตีค่าของตัวเอง’ ..คนรุ่นใหม่มักตีราคาตัวเองสูงเกินความจริง …เราจะรู้ราคาตัวเองจริงๆ เมื่อเริ่มหาเงินจริง

9. ‘ทุกวันนี้ ไม่มีอายุขั้นต่ำของการหาเงินแล้ว’ …โดยเฉพาะโลกออนไลน์ ถ้าคุณมีความสามารถที่แตกต่าง ก็ทำเงินได้แล้ว ไม่ต้องรอจนเรียนจบ

10. ‘เรียนอย่างเดียว อาจใช้ไม่ได้ในโลกยุคนี้’ …เพราะ ชีวิตจริงเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าเราทำงานหรือทำอะไร เราก็ต้องหาเงินควบคู่ไปด้วยทั้งนั้น …ดังนั้น การฝึกซ้อมการหาเงินตั้งแต่เด็ก เรียนไปหาเงินไป ก็ฝึกฝนไป

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

อย่าเสียดาย ..

อย่าเสียดาย!!!!

  1. “เวลาชีวิต”เราลดลงไปทุกวัน
    ควรเลิกเสียดายอดีตได้แล้ว
  2. “ความสุข”ไม่ได้เกิดจากมีเท่าไหร่
    แต่ความสุขอยู่ที่เราพอเมื่อไหร่
  3. “มีพบ มีพราก มีจาก มีลา”
    เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้น
    กับเราทุกคน ฝึกให้ชินวันหนึ่ง
    มันจะวนมาหาเราอย่างแน่นอน
  4. สิ่งใดที่เรา ”ควบคุมมันไม่ได้”
    สิ่งนั้นกำลังสอนให้เราปล่อยวาง
  5. ใครจะอวดอะไรก็เรื่องของเขา
    มัน “สิทธิ์ของเขา” แค่เรารักษาใจเรา
    ไม่ให้อิจฉาใครก็พอ
  6. “ไม่มีใครเก่งไปซะทุกอย่าง”
    ไม่มีใครกระจอกไปซะทุกเรื่อง
    เรามีทั้งเรื่องเก่งและไม่เก่ง
    ปะปนกันไป
  7. “อย่าไปคิดเยอะเกินวันนี้”
    เพราะไม่รู้เราจะอยู่ถึงไหม
    ทำให้ดีแล้วปล่อยวางก็พอ
  8. “หัดช่างแม่งบ้าง” กับบางเรื่อง
    ในชีวิต เพราะไม่มีอะไรที่จะ
    เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ได้ตลอด
  9. ชีวิตเสียใจได้แต่ “อย่าเสียดาย”
    เสียใจไม่นานก็หาย แต่เสียดาย
    ทั้งชีวิตก็ยังคงอยู่อย่างนั้น
  10. ไม่อยากเสียดายชีวิต
    “ชัดเจนกับตัวเองได้แล้ว”
    เจ็บก็ชัดเจน ไม่เจ็บก็ชัดเจน
    แต่มันยังดีกว่าชีวิตคาราคาซัง
  11. “คาดหวัง” ไว้มากเท่าไหร่
    ก็อย่าลืมเตรียมความผิดหวัง
    ไว้มากด้วยเท่านั้น
  12. อะไรไม่ใช่ของ ๆ เรา
    อยู่ไม่นานหรอก
    อะไรที่เป็นของ ๆ
    เราไกลแค่ไหนก็
    “วนเวียนมาหาเราอยู่ดี”
  13. เราและเขาเปลี่ยนแปลง
    ไปทุกวันเลิกยึดติดกับ
    ภาพความทรงจำเดิมได้แล้ว
  14. อย่าเก็บความรู้สึกแย่ ๆ
    ไว้เพียงคนเดียว
    หัดระบายมันออกมาบ้าง
  15. วันไหนที่เราได้ดี
    อย่าไปดูถูกใคร
    เพราะไม่รู้วันไหน
    เราจะล้มเหมือนเขาบ้าง
  16. ความผิดหวัง
    ถ้าไม่ทำให้เราตาย
    มองให้ดีมันก็ทำ
    ให้เราโต
  17. อย่าพยายามอยากรู้อดีตเลย
    สังเกตตัวเองง่าย ๆ
    อดีตกำหนดปัจจุบัน
    ปัจจุบันกำหนดอนาคตเรา
  18. พ่อ-แม่ ตายก่อนเรา
    เป็นเรื่องธรรมดา หมั่นถามไถ่
    ห่วงใยท่านบ้างเมื่อจากกัน
    จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดาย
    เคาะบอกรักกันที่ฝาโลง
  19. ชีวิตไม่มีปลายทาง
    จงอยู่กับปัจจุบัน
    อย่ากังวลปลายทาง
    เพราะบางทีมันอาจไม่มีจริง
  20. “เรามาตัวเปล่า ไปตัวเปล่า
    อย่าไปคาดหวังเยอะกับชีวิต”
    สักวันเราก็ต้องตาย

การมีลมหายใจในตอนนี้
และทำอะไรก็ได้ในสิ่งดี ๆ
ย่อมดีที่สุดแล้ว

ฟังนะลูก!

คนที่เราควรระวังตัวด้วย

ไม่ใช่คนที่โผงผางหรือเจ้าอารมณ์

แต่เป็นคนที่ปากหวานก้นเปรี้ยว

พูดจาดีต่อหน้า

แต่ลับหลังนี่แทงเราซะเละ

ถ้าลูกคิดจะทำธุรกิจ ต้องจัดการเรื่องเงินให้ดี

คนทำธุรกิจจัดการเงินในกระเป๋าง่ายๆ

1️⃣ อย่าปะปนเงินกิจการกับเงินส่วนตัว แยกบัญชีกันให้ชัดเจน (รายจ่ายกิจการต้องสนับสนุนหรือทำให้เกิดยอดขาย)

2️⃣ ทำบัญชีจดบันทึกรับจ่าย เข้าออกเท่าไหร่รู้ทั้งหมด เห็นต้นทุนเห็นยอดขาย จะได้รู้กำไร บริหารเงินได้ง่าย

3️⃣ ตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง กินใช้จ่ายส่วนตัวใช้เงินก้อนนี้ อย่ายุ่งกับเงินกิจการ

เริ่มง่ายๆ เท่านี้ ลองเริ่มดูนะครับ

ลิขิตสี่ประการ

“ลิขิตสี่ประการ”
• ลิขิตข้อแรกตราไว้ว่า
“ไม่มีใครที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเราโดยบังเอิญ นี่เป็นการยืนยันว่า บรรดาผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเราในจังหวะชีวิตต่างๆนั้น ทุกคนล้วนเข้ามาเพื่อให้เราได้เรียนรู้บทเรียนใด หรือช่วยให้เราแก้สถานการณ์ใด ในขณะหนึ่งขณะใดทั้งสิ้น


• ลิขิตข้อที่สองตามมาว่า
“ทุกสิ่งที่เกิดกับเรา ล้วนต้องเกิดเป็นเช่นนั้น” ทุกสิ่งที่เกิดกับเรานั้นไม่อาจเป็นอื่นไปได้ เป็นความหลงผิดยิ่งที่ไปคิดว่า”ชีวิตเราไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าในอดีตเราได้ทำอย่างนั้น” เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเกิด กับเราแน่นอนในทุกรายละเอียดเลยทีเดียว เรามีหน้าที่ ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นและก้าวไปข้างหน้า แม้ว่ามันจะฝืนกับความเข้าใจหรืออัตตาของเรา สักปานใดก็ตาม

• ลิขิตที่สาม มีว่า
“ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเมื่อได้เวลาแล้วเท่านั้น”ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะมาตามเวลาเสมอ ไม่มีช้าไปหรือเร็วไป มันจะมาถึงเมื่อเราพร้อม พร้อมต่อสิ่งใหม่ ในชีวิตที่รอเราอยู่ก่อนแล้ว

• ลิขิตที่สี่ มีว่า
“ชีวิตไม่มียืดเยื้ออะไรจบแล้วก็จบเลย”เป็นคำสอนง่ายๆว่า เมื่อสิ่งใดในชีวิตเราจบลงแล้ว ก็จะช่วยให้เราพัฒนาขึ้น ดังนั้นเมื่อมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เราก็ต้องปล่อยให้บทเรียนนี้ผ่านไป แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอีก เป็นเช่นนี้ตลอดไป

“เ มื่ อ เ ร า โ ต ขึ้ น”

“เ มื่ อ เ ร า โ ต ขึ้ น”
“พ่อขา ทำไม พ่อไม่ค่อยมีเพื่อนเลย พอเราโตขึ้น คนที่รักเราจะน้อยลงเหรอคะ” ลูกถาม
“ไม่หรอกครับ เมื่อเราโตขึ้นเราจะเหลือคนที่รักเราจริงๆ ต่างหาก เราจะมากที่คุณภาพ ไม่ได้มากที่จำนวน เวลาจะคัดสรรคนที่เหมาะสมและมีคุณภาพไว้กับเรา ถ้าเป็นมิตรที่เหลือ ก็จะเป็นมิตรที่มีคุณภาพและรักเรา ถ้าเป็นศัตรูที่เหลือ ก็จะเป็นศัตรูที่จะเป็นแรงผลักดัน ให้เราต่อสู้เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป” พ่อตอบพลางเดินนำต่อไป
“แล้วถ้าวันหนึ่ง หนูโตพอที่จะเลือกทางเดินเองได้พ่อจะไม่ทิ้งหนูไปไหนใช่ไหม️ ” ลูกถามต่อ
“เมื่อวันหนึ่งลูกเลือกทางเดินได้เอง พ่อก็ยังจะคอยอยู่ข้างๆ ลูกเหมือนเดิม
แต่เมื่อลูกโตขึ้น ลูกก็ต้องหาใครสักคนมาเดินข้างกาย พ่อก็จะถอยมาวิ่งข้างหลัง แต่ยังคงเฝ้ามองลูก จนวันหนึ่งที่พ่อวิ่งไม่ไหว พ่อก็จะหยุด แล้วมองลูกต่อไป หรือจนวันหนึ่งที่พ่อต้องจากไป พ่อก็ยังจะวิ่งอยู่ในใจของลูกตลอดกาลนะ ชีวิต คือ การก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ลูกจงจำไว้ว่า การก้าวไปจะมีคุณค่า เราจะต้องไม่ลืมคนข้างหน้า ข้างๆ หรือแม้แต่ข้างหลัง เพราะนั่นคือ พลังทั้งหมดที่คอยผลักดันลูกให้ก้าวไปพร้อมกับพลังของตัวลูกเองนะ
น้ำทะเลอาจทำให้รอยเท้าของเราจางหายไป แต่น้ำทะเลไม่อาจทำให้เราลืม
ว่าเรามาจากไหนและมากับใครหรอกนะ” พ่อตอบและยิ้มให้
ลูกไม่ตอบอะไร ได้แต่เดินช้าลง
พ่อสงสัยจึงถามว่า “ทำไมเดินช้าจัง”
ลูกส่งยิ้มหวาน ก่อนตอบกลับมาว่า
” ก็ ห นู อ ย า ก มี เ ว ล า เ ดิ น กั บ พ่ อ น า น ๆ ไ ง “
ปรัชญาชีวิต